[ แกะฟิล์ม ] Revolutionary Road : ถนนชีวิต

posted on 22 Feb 2009 03:17 by nightlifesociety in Theater

*...เนื้อหาต่อจากนี้มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วนของภาพยนตร์...*

 

 

Revolutionary Road

 

 

     การกลับมาพบกันอีกครั้งของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ กับ เคต วินสเล็ต หลังจากสร้างความประทับใจให้กับคนทั่วโลกในไททานิคเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

     หนังว่าถึงครอบครัว แฟรงค์ ( ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ) และ เอพริล ( เคต วินสเล็ต ) วีลเลอร์ คู่้หนุ่มสาวในอุดมคติ ผัวหล่อ เมียสวย บ้านรวย ลูกน่ารัก การงานดี พวกเขาพบกันในบาร์แห่งหนึ่งแล้วเกิดความประทับใจต่อกันเพราะเห็นว่าพวกเขาเป็นคนที่มีความฝันและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อมัน แฟรงค์อยากเดินทางรอบโลกในขณะที่ตอนนั้นเขาเป็นเพียงพนักงานท่าเรือ ส่วนเอพริลก็อยากเป็นนักแสดง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็แต่งงาน มีลูกด้วยกัน 2 คน และย้ายมาบ้านไปอยู่ยังถนนสายใหม่ Revolutionary Road...

 

 

 

     แต่หลังจากนั้นชีวิตมันไม่เหมือนที่ทั้งคู่คาดหวังไว้ ชีวิตคู่ของพวกเขาระหองระแหง แฟรงค์ต้องไปทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่เคยเป็นที่ทำงานเก่าของพ่อเขา ที่ตลกคือแฟรงค์เคยบอกว่าเขาไม่คิดจะมีชีวิตเหมือนพ่อเลย แต่วันนี้เขากลับต้องมานั่งในที่ๆพ่อเขาอยู่มาก่อน เขาไม่ได้ชอบงานของเขาเลย เขาเกลียดมันด้วยซ้ำไป แต่การงานที่นี่ช่วยให้ครอบครัวเขาอยู่สบายๆโดยไม่ขัดสนทางการเงิน

     ส่วนเอพริลก็ล้มเหลวในด้านการแสดงกลายมาเป็นแม่บ้านอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีคอยดูแลสามีและลูกๆ แต่นั่นไม่ใช่ชีวิตของเธอเลย เธอเฝ้าคิดเสมอว่าเธอมาทำอะไรที่นี่กันแน่ แล้วเธอก็พลันนึกถึงคำสัญญาในอดีตของแฟรงค์ที่บอกว่าจะพาเธอไปปารีส

     เธอเสนอแผนการนี้ให้กับแฟรงค์ พวกเขาจะย้ายไปอยู่ปารีสด้วยกัน เธอจะออกไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ในระหว่างที่แฟรงค์พยายามคิดหาว่าสิ่งที่เขาอยากทำจริงๆคืออะไรกันแน่ ซึ่งแฟรงค์เองก็เบื่อหน่ายกับชีวิตแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้เต็มทีแล้วและเห็นด้วยกับแผนการของเอพริล พวกเขาจะไปปารีสกัน

 

 


 

 

     หลังจากนั้นชีวิตคู่ของทั้งสองก็กลับมามีสีสันและเต็มไปด้วยความรักเหมือนสมัยก่อน พวกเขาพร้อมที่จะทำตามความฝันของตนเองแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้ามันจะมีอุปสรรคหรือความลำบากยากเข็นแค่ไหน และเมื่อพวกเขาบอกเรื่องราวเหล่านี้กับเหล่าเพื่อนบ้านก็มีแต่คนบอกว่านี่เป็นสิ่งที่เพ้อฝัน ไม่อยู่กับความเป็นจริง มีเพียง จอร์น ( ไมเคิล แชนนอน ) อดีตนักคณิตศาสตร์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น "คนบ้า" เท่านั้นที่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูด

     แต่แล้วเรื่องราวก็พลิกผันอีกครั้ง เมื่อแฟรงค์เกิดได้เลื่อนขั้นไปทำงานในตำแหน่งที่สูงกว่า เงินเยอะกว่าเดิม บวกกับการที่เอพริลท้องลูกคนที่ 3 นั่นทำให้แฟรงค์นำมันมาเป็นข้ออ้างในการที่จะยกเลิกแผนเดินทางไปยังปารีสของพวกเขา เอพริลเสียใจเป็นอย่างมาก เธอแทบจะหมดรักในตัวแฟรงค์ทันที หลังทั้งคู่ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง อันนำไปสู้โศกนาฏกรรมในตอนท้ายของภาพยนตร์

 

 

     หนังทำออกมาวิพากษ์วิจารณ์สังคมอเมริกันตามสไตล์ผู้กำกับ แซม แมนเดส ที่ว่าถึงผู้คนที่เอาแต่ใช้ชีวิตเดิมๆ ทำงานซ้ำๆซากๆเพื่อความก้าวหน้าของตน จนลืมถึงความฝันและสิ่งที่ตัวเองชอบโดยผ่านทั้ง 2 ตัวละคร หนังฉลาดตรงที่ไม่นำเสนอว่าใครที่เป็นฝ่ายถูกหรือดีกว่ากัน แต่นำเสนอถึงการเสียสละในการใช้ชีวิตคู่ อย่างฉากสุดท้ายที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน เอพริล ทำตัวเป็นแม่บ้านที่ดีทำข้าวเช้าให้สามี พูดจาให้กำลังอย่างอ่อนโยนแบบที่เธอไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งก็ดูแล้วมีความสุขดี เพราะงั้นไม่ว่าจะเลือกทางไหนถ้าทั้งสองเห็นพ้องต้องกัน แม้มัันอาจจะไม่ใช่อย่างที่หวัง แต่เราก็คงจะมีความสุขได้ (( แต่ความจริงผมเชียร์ความคิดแบบเอพริลนะครับ ))

     หนังแนวนี้อาจจะดูธรรมดาหรือน่าเบื่อไปได้เลยถ้านักแสดงแสดงได้ไม่เข้าถึงบทบาท แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แน่นอนครับ ทั้งลีโอและเคตนั้นถือว่าเข้าคู่กันได้ลงตัวมากๆ แม้บทลีโอจะดูเดิมๆเป็นแค่ชายขี้โม้ปากดีซึ่งก็ถือว่าเขาน่าจะเหมาะที่สุดแล้วสำหรับตัวละครแนวนี้ ส่วนเคตเองก็เป็นเอพริลได้ฟุ้งเฟ้อและเพ้อฝันสุดๆ เธอสามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างหลากหลาย น่าเสียดายออสการ์ไม่ประทับใจทั้งสองคนเท่าไหร่ ทางเคตออสการ์สนใจเธอจากบท ฮันนา ชมิทต์ จาก The Reader มากกว่า (( เดี๋ยวจะพูดถึงอีกทีในแกะฟิล์ม The Reader )) ส่วนลีโอก็โดนเมินไปเลย (( แต่แบรดในบทเบนจามินกลับได้ชิง )) ส่วนคนที่ขโมยซีนที่สุดอย่าง ไมเคิล แชนนอน ที่ออกมาแค่ 2 ฉากก็ได้เข้าชิงสาขาสบทบชายแล้ว แต่ดันโชคร้ายชิงผิดปีไปหน่อย เพราะยังไงผลคงไม่พ้นพี่ฮีทแน่ๆ

 

 

ชอบ

- ประเด็นหนัง ผมชอบหนังที่เสนอประเด็นเกี่ยวกับการเลือกที่จะทำตามฝันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

- การแสดง นักแสดงทุกคนแสดงได้ดีเยี่ยม แสดงพลาดนิดเดียวหนังน่าเบื่อแน่ แต่ที่ชอบสุดคงเป็นไมเคิล แชนนอนยิงประโยคเด็ดๆโดนๆหลายคำเลย จะขอลองยกตัวอย่างสักคำตอนที่เขารู้ว่าพวกวีลเลอร์ยกเลิกแผนการไปปารีส 

" คุณกลัวอะไรแฟรงค์  คุณเลือกที่จะอยู่อย่างปลอดภัยในที่ๆว่างเปล่าและไร้ความหวัง มากกว่าการไล่ตามความฝันใช่ไหม และผมไม่แปลกใจเลยถ้าคุณจะตั้งใจทำให้เธอท้อง "

เฮือก..... นายแน่มาก ไมเคิล

ไม่ชอบ

- ลีโอกับบทเดิมๆ แม้จะแสดงได้ดีก็ตาม

- บรรยากาศมันดูไม่ค่อยย้อนยุคเท่าไหร่นะผมว่า 

สรุป แม้ออสการ์จะเมินหนังเรื่องนี้แต่หนังมีดีพอที่จะไปดูแน่นอนครับ แต่ใครที่หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังรักโรแมนติกละก็มันไม่ใช่โดยสิ้นเชิง หนังเป็นแนวดราม่าสะท้อนปัญหาสังคมโดยแท้จริง ใครที่อยากดูการแสดงเทพๆ หรือเป็นแฟนเคตกับลีโอละก็ ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

คะแนน

 

 

 

ปล.พรุ่งนี้ประกาศออสการ์แล้ว ใครไม่ได้ติดทรูวิชั่นหรือต้องออกไปทำงาน (( แต่สามารถแอบเล่นเน็ตได้ ))
ผมจะรายงานสดใน Blog นี้แหละครับ ยังไงใครสนใจตามผลแบบเร่งด่วนก็เข้ามาชมได้
ผมคงเริ่มตั้งแต่ประกาศรางวัลแรกตอน 8 โมงไปจนถึงเลิกงานเลย

Comment

Comment:

Tweet