*...เนื้อหาต่อจากนี้มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ของภาพยนตร์...*

 

 

The Reader

 

"How far would you go to protect a secret ?"

 

      นี่คำโปรยของภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ ใครจะไปดูกรุณาทำความเข้าใจกับประโยคนี้ก่อนเพราะไม่งั้นคุณอาจไม่เข้าใจประเด็นหนังและออกมาด้วยความงงเต็มหัวสมอง (( แบบผมที่ต้องไปดูถึง 2 รอบ เพื่อซึมซับอารมณ์ใหม่ ))

      หนังเริ่มดำเนินในเยอรมันช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตัวเอก ไมเคิล เบิร์ก ( เดวิด ครอส ) หนุ่มวัยรุ่นวัย 15 ปีกำลังนั่งรถรางที่เต็มไปด้วยผู้คนในวันฝนตก เขารู้สึกสะอิดสะเอียนและคลื่นไส้จึงวิ่งออกมาจากรถจนไปหยุดอยู่หน้าอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งที่นั่นเขาพบกับ ฮันนา ชมิตซ์ ( เคต วินสเล็ต ) พนักงานตรวจตั๋วรถราง เธอเข้ามาช่วยเช็ดหน้าเช็ดตาเขาและพาเขากลับไปส่งบ้าน นั่นคือฉากแรกที่ทั้งสองคนพบกัน

      จากวันนั้นไมเคิลก็กลับมาที่อพาร์ทเมนท์ของฮันนาอีกครั้งเพื่อจะขอบคุณเธอ แต่ที่เขาได้เห็นคราวนี้คือภาพฮันนากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาจ้องมองเธออย่างไม่อาจละสายตา เป็นความรู้สึกตราตรึงครั้งแรกของเด็กหนุ่มอย่างเขาที่มีให้ต่อหญิงสาว เขาวิ่งหนีออกมาแต่ภาพฮันนายังคงฝังลึกอยู่ในหัวของเขา สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจไปที่ห้องของเธออีกครั้งแล้วพวกเขาก็ได้มี ประสบการณ์ครั้งแรก ร่วมกัน

 

 

       หลังจากนั้นไมเคิลก็มาฮันนาทุกวัน แต่ฮันนาจะตั้งกฏว่าให้ไมเคิลอ่านหนังสือให้เธอฟังก่อนที่จะทำกิจกรรมร่วมกันทุกครั้ง จนวันนึงไมเคิลไปหาเธอที่ขบวนรถรางแต่เขาดันขึ้น โบกี้ที่ 2 ในขณะที่ฮันนานั้นอยู่ใน โบกี้ที่ 1 เธอโกรธเขามากในขณะที่ไมเคิลก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องโกรธเขาถึงขนาดนั้น แต่สุดท้ายทั้งสองก็ปรับความเข้าใจและกลับมาคืนดีกันได้

      วันหนึ่งฮันนาได้รับเลื่อนขั้นจากพนักงานตรวจตั๋วไปทำงานในออฟฟิศ เธอมีสีหน้ากระอักกระอ่วนในขณะที่วันนั้นเองก็เป็นวันเกิดไมเคิลด้วย เขาปฏิเสธงานปาร์ตี้ที่เพื่อนจัดให้เพื่อมาพบกับฮันนา แต่เธอกลับไม่อยู่ในสภาพที่ที่พร้อมจะต้อนรับเขา ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรงและหลังจากวันนั้นฮันนาก็หายไปจากชีวิตไมเคิลอย่างไร้ร่องรอย

 

 

     ไมเคิลอยู่อย่างปิดกั้นตัวเองหลังจากวันนั้นและเข้าไปเรียนในโรงเรียนกฏหมาย วันหนึ่งเขาได้ไปเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการพิจารณาคดีของพรรคนาซีกักกันชาวยิวที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เขาพบฮันนาที่นั่น เธอเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา คำให้การของเธอเป็นแบบตรงไปตรงมาที่สุดไม่มีการปิดบังใดๆทั้งสิ้น สุดท้ายเธอก็ถูกกลุ่มผู้ต้องหาด้วยกันหาว่าเธอเป็นหัวหน้าและเป็นคนเขียนแผนการทั้งหมดเธอปฏิเสธทันทีเพราะมันไม่ใช่ความจริง ผู้พิพากษาจึงต้องการพิสูจน์โดยให้เธอเขียนลายมือเพื่อนำมาเทียบ ฮันนานิ่งชะงักเมื่อเห็นปากกาและกระดาษตรงหน้าเธอ นั่นทำให้ไมเคิลนึกอะไรบางอย่างได้

     เธอไม่เคยอ่านหนังสือเลย เธอให้เขาอ่านให้ฟังตลอด ตอนที่พวกเขาไปกินอาหารด้วยกัน เธอมองเมนูแต่ไม่สั่งอะไร กลับสั่งตามที่เขาสั่ง

เธออ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ !!!!

     นั่นเองที่อธิบายการกระทำทุกอย่างของเธอที่ผ่านๆมา รวมไปถึงว่าทำไมเธอถึงหายไปหลังจากตอนได้รับการเลื่อนขั้น เธอเก็บความลับนี้ไว้ตลอดและไม่ยอมบอกใครเพราะเธอรู้สึกอับอายเกินกว่าจะเปิดเผยได้ สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธที่จะเขียนลายมือด้วยการยอมรับผิดทั้งหมด นั่นทำให้เธอโดนโทษจำคุกทั้งชีวิต ในขณะที่คนอื่นจำคุกแค่ไม่กี่ปี

 

 

     หลังจากการตัดสินคดีไมเคิลก็ฝังใจกับเหตุการณ์ในวันนั้น เขาสามารถบอกความจริงแก่ผู้พิพากษาซึ่งอาจเปลี่ยนรูปคดีและทำให้โทษของฮันนาลดหย่อนลงได้แต่เขาก็ไม่ได้ทำ เขาโตขึ้นการเป็นทนายแต่งงานมีภรรยาแต่ชีวิตคู่ไม่ยืนยาวนัก มีลูกสาวหนึ่งคนซึ่งไม่ค่อยสนิทกันเพราะการที่เขาปิดกั้นตัวเอง

     ทุกวันที่เขาเห็นหนังสือเก่าที่เขาเคยอ่านก็จะนึกถึงฮันนาเสมอ สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจอัดเสียงลงเทปและส่งไปให้เธอในคุก ฮันนารู้ทันทีว่าใครเป็นคนส่งมา เธอรู้สึกได้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวแม้จะอยู่ในคุกมาอย่างยาวนานแล้วก็ตาม และเธอก็ได้ทำในสิ่งที่เธอเคยไม่คิดทำมาก่อนนั่นคือการไปขอยืมหนังสือในห้องสมุดภายในคุกมาเพื่อฝึกอ่านและเขียน !!! เธอเขียนจดหมายกลับไปถึงไมเคิลแต่ก็ไม่มีอะไรตอบกลับมา

      เมื่อถึงเวลาที่ฮันนาได้รับการปล่อยตัว เจ้าหน้าที่ของคุกโทรไปหาไมเคิลเพราะเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ติดต่อกับเธอ ไมเคิลมาหาเธอที่คุกเพื่อพูดคุยถึงการออกไปจากคุก แต่มันไม่ใช่แบบที่ฮันนาหวังไว้ ไมเคิลไม่เหลือเยื่อใยกับเธออีกแล้ว เขาทำเหมือนเธอเป็นคนห่างเหินที่ไม่เคยสนิทชิดเชื้อมาก่อน หลังจากไมเคิลกลับไปแล้ว เธอกลับไปที่ห้องของเธอ นำหนังสือที่ยืมมาวางตั้งเรียงกันไว้บนโต๊ะก่อนจะตัดสินใจกระทำสิ่งที่ทำให้เธอจากไปตลอดกาล

 

 

       ผมว่าหนังเรื่องนี้คือเรื่องราวของ ฮันนา ชมิตซ์ ล้วนๆเลยครับ หนังบอกเล่าถึงตัวเธอทุกอย่าง เธอเป็นคนที่มีความลึกและซับซ้อนสูง หลายคนอาจจะเห็นเธอเป็นคนโง่ที่ยอมแลกตัวเองเพื่อจะปกปิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ใครจะไปรู้ละครับ มันเป็นความลับสุดยอดของเธอ สังเกตจา่กฉากให้การในศาลเธอไม่ได้ปกปิดอะไรเลย เธอไม่เห็นเรื่องพวกนั้นเป็นความลับด้วยซ้ำ เธอพร้อมที่จะบอกความจริงทุกอย่างแต่ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว แถมเธอยังเป็นคนที่เถรตรงต่อหน้าที่สุดฤทธิ์ เธอไม่ยอมปล่อยนักโทษที่ติดอยู่ในโบสถ์ตอนไฟไหม้เพราะมันเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องควบคุมดูแลนักโทษเหล่านี้ ถ้าเธอเปิดประตูทุกอย่างจะโกลาหลและเธอจะควบคุมนักโทษไม่ได้ ฟังดูเป็นข้ออ้างที่ไร้สาระ แต่เธอเป็นคนแบบนั้นจริงๆ อย่างฉากที่ไมเคิลไปหาเธอที่โบกี้ 2 นั้น ที่เธอโกรธเพราะเธออยู่ที่โบกี้ 1 เธอทำ "หน้าที่" อยู่ในนั้น เธอไม่กล้าที่จะเดินไปยังโบกี้ที่เธอไม่ได้มีหน้าที่ด้วยซ้ำไป และแน่นอนทุกอย่างจะดูไม่ดีเลยหากนักแสดงแสดงออกมาไม่ได้อามรมณ์ เคต วินสเล็ต ยังคงท็อปฟอร์มอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมกลับชอบเธอในคราบ เอพริล วีลเลอร์ สาวฟุ้งเฟ้อ เพ้อฝันจาก Revoluionary Road มากกว่า

      ส่วนไมเคิล เบิร์กนั้นก็เป็นตัวละครที่น่าสนใจไม่แพ้กัน รักครั้งแรกของเขาฝังใจจนทำให้เขาเป็นคนปิดกั้นตัวเอง มันเป็นรักที่กลายเป็นความเจ็บปวด ที่เขาไม่บอกความจริงตอนอยู่ในศาลนั้นส่วนหนึ่งคงเพราะเขาโกรธที่ฮันนาทิ้งเขาไป แต่ถ้าลองนึกดูอีกทีความสัมพันธ์ของเขากับเธอก็ถือเป็น "ความลับ" อย่างหนึ่งที่เขาไม่กล้าที่จะเปิดเผยก็ได้ (( แม้ท้ายที่สุดจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ลูกสาวฟังก็ตาม )) ส่วนที่เขาส่งเทปไปให้เธอในตอนท้ายนั้นไม่คิดว่าเขาจะเหลือเยื่ยใยกับเธอแล้วแต่คงเป็นความรู้สึกสำนึกผิดที่ไม่บอกความจริงในวันนั้นมากกว่า เพราะไม่งั้นเขาคงไม่พูดกับเธอตอนที่ไปหาที่คุกแบบแล้งน้ำใจอย่างนั้นหรอก

 

 

 

ชอบ

- ประเด็นแปลกดีครับ ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีคนแบบนี้และกล้าทำถึงขนาดนี้ แต่พอดูแล้วก็เชื่อว่าคงมีคนทำนองนี้อยู่พอสมควร

- เคท วินสเล็ต ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้ชอบอะไรเธอเป็นการส่วนตัวหรอกนะครับ แต่หลังดู RR กับเรื่องนี้แล้วคงต้องถวายตัวเป็นแฟนหนังเธอซะแล้ว

ไม่ชอบ

- ประเด็นของไมเคิลค่อนข้างน้อยและกำกวม อยากให้นำเสนอด้านของเขามากกว่านี้หน่อยโดยเฉพาะตอนที่เขาแต่งงาน เพราะอย่างที่รู้ว่าเขาปิดกั้นตัวเองตั้งแต่ฮันนาจากไป แล้วเขาไปมีภรรยาแถมยังผลิตลูกสาวมาได้ตั้งคนนึงได้อย่างไรกัน ?

สรุป หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สะท้อนมุมหนึ่งของชีวิตคนครับ ผมเชื่อว่าคนประเภทนี้มีอยู่จริงแถมอาจจะเยอะซะด้วย หนังอาจตีความได้ไม่เหมือนกันในแต่ละคน เพราะหนังเองก็ไม่ได้สรุปอะไรไว้ ใครเคยดูมาแล้วอาจเห็นต่างกันออกไปจากที่ผมเขียนมาซะยืดยาวข้างบนก็ได้ ใครที่เป็นแฟนหนังที่ดำเนินเรื่องได้เข้มข้นละก็เรื่องนี้ช่วยคุณได้ ส่วนแฟนๆเคตคุณควรดูทั้งเรื่องนี้และ RR ครับ เธอแสดงได้ดีทั้งคู่

หนังเรื่องนี้มีเป็นหนังสือด้วยนะครับ ไม่แน่ใจของสำนักพิมพ์อะไร ใครอยากได้คำบรรยายละเอียดๆลองไปหาอ่านได้นะครับ (( ว่าจะไปหาอ่านตอนงานหนังสือเหมือนกัน )) คำวิจารณ์ไม่ค่อยเหมือนกันซะด้วย บางคนก็บอกหนังดีกว่า บางคนก็บอกหนังสือดีกว่า ยังไงคงต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

คะแนน

 

 

 

ปล.เช้านี้ประกาศออสการ์แล้ว ใครไม่ได้ติดทรูวิชั่นหรือต้องออกไปทำงาน (( แต่สามารถแอบเล่นเน็ตได้ ))
ผมจะรายงานสดใน Blog นี้แหละครับ ยังไงใครสนใจตามผลแบบเร่งด่วนก็เข้ามาชมได้
ผมคงเริ่มตั้งแต่ประกาศรางวัลแรกตอน 8 โมงไปจนถึงเลิกงานเลย 

Comment

Comment:

Tweet

งง ค่ะ ว่าทำไมนางเอกต้องโกรธที่พระเอกไปหาที่โบกี้หลัง มากขนาดนั้น

และะตอนจบพระเอกไม่รักพระเอกแล้วจริงหรอ ใจร้ายจัง


แต่พี่วิเคาระได้ดีมากเลยค่ะ ทำให้เข้าใจเรื่องขึ้นเยอะ

#3 By เพิ่งดู (115.87.134.36) on 2010-10-03 20:55

น่าสนอยู่นะ

ถ้าไม่จำกัดโรงฉาย

#2 By Arcobaleno on 2009-03-11 01:25

เสียดายที่หนังโดนเร่งๆให้ทำให้เสร็จ
ผลก็เลยได้เป็นหนังที่ยังไม่สมบูรณ์ประัณีตเท่าที่ควร ที่ดัีนได้เข้าชิงออสการ์ซะงั้น
ถ้าไม่มี เคต วินสเลต หนังเรื่องนี้คงล่มสลายไปเลยผมว่า (55+)

#1 By nanoguy on 2009-02-25 19:50