*...เนื้อหาต่อจากนี้มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วนของภาพยนตร์...*

 

 

Public Enemies

 

         ไมเคิล มานน์ กลับมากับการทำหนังอาชญากรรม อีกครั้ง หลังจากที่หนังเรื่องล่าสุดของเขาอย่าง Miami Vice ไม่ค่อยสร้างความประทับใจแก่คนดู (( รวมถึงผมด้วย )) เท่าไหร่ มานน์กลับมาคราวนี้พร้อมกับ Public Enemies ที่ได้นักแสดงรูปหล่อฝีมือดีอย่าง จอนนี่ เดปป์ และ คริสเตียน เบล มาเพิ่มดีกรีความน่าดูให้กับหนังมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

        Public Enemies ว่าถึงคดีประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาช่วงปี 1933 ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ที่เป็นยุคทองของโจรผู้ร้ายชุกชุมเมือง หนึ่งในนั้นคือ จอห์น ดิลลินเจอร์ ( เดปป์ ) โจรอันดับหนึ่งที่ปล้นชิงทรัพย์จากธนาคารได้ทุกที่และแหกคุกที่ไม่เคยมีใครหนีรอดมาได้อย่างอุกอาจ จนถูกตั้งให้เป็นอาชญากรอันดับหนึ่งของประชาชน ทำให้หน่วยงานสืบสวนกลางต้องแต่งตั้ง เมลวิน เพอร์วิส ( เบล ) เจ้าหน้าที่ฝีมือดีมาตามจับกุมตัวดิลลินเจอร์

 


 

        หนังไม่ได้นำเสนอเรื่องราวความเป็นไปของ ดิลลินเจอร์ มากมายเท่าไหร่นัก แต่เริ่มตอนที่ดิลลินเจอร์มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือแล้ว ก่อนที่จะไปพบ บิลลี่ เฟรเชทต์ ( โคติยาด์ ) พนักงานฝากเสื้อที่เขาหลงรักในแรกเห็น ไปเรื่อยๆจนตัวเองถูกแต่งตั้งให้เป็นอาชญากรเบอร์หนึ่งที่ถูกไล่ล่า การปล้นและการหลบหนีที่เริ่มลำบากขึ้นทุกที จนเริ่มมีการหักหลังแตกคอกันเองในกลุ่ม ซึ่งส่งผลให้สุดท้ายเขาต้องถูก FBI ยิงจบชีวิตในที่สุด

        นอกจากนี้หนังนำเสนอเรื่องราวที่มะกันจ๋ามากๆ ว่าตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำในตอนนั้นที่เกิดจากการเอารัดเอาเปรียบและกอบ โกยกำไรอย่างไม่เป็นธรรมของธนาคาร ที่ทำให้เวลาดิลลินเจอร์ไปปล้นธนาคารเหล่านั้น กลับกลายเป็นที่ชื่นชอบและเชิดชูจากคนทั่วไป ปัญหาผู้ร้ายข้ามรัฐที่สมัยนั้นยังไม่กฏบังคับใช้ จนต้องก่อตั้งหน่วยสืบสวนที่ทำงานได้ทุกพื้นที่หรือที่เรารู้จักกันในทุก วันนี้ในชื่อ FBI ซึ่งหนังก็บอกไว้ยิบๆย่อยๆ ถ้าไม่ตั้งใจดูอาจจะไม่รู้เรื่องในส่วนนี้

 


 

       ด้านนักแสดง จอห์นนี่ เดปป์ โดดเด่นมากๆในบท จอห์น ดิลลินเจอร์ เป็นโจรที่มีเสน่ห์ที่ทำให้รู้สึกละสายตาไม่ได้ รักษามาเท่ห์ๆได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉีกภาพจากบทเก่าๆไปได้หมด ส่วนทาง คริสเตียน เบล นั้นกลับค่อนข้างเสียของพอสมควร รัศมีเด่นสู้เดปป์ไม่ได้เลย แถมบทก็ดูไม่หลุดจากเรื่องเดิมๆที่แล้วมาเท่าไหร่ สุดท้ายกับ มาริยง โกติยาด์ ซึ่งบอกตามตรงว่าตอนที่เห็นเธอครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่ได้ออสการ์นั้น ยังไม่ค่อยรู้สึกถึงความงามของเธอเท่าไหร่ แต่พอมาดูเรื่องนี้ถึงได้เห็นความงามของเธอจริงๆ พอที่ทำให้เข้าใจความรู้สึกของดิลลินเจอร์ที่หลงรักในแรกเห็นได้ แม้เธอจะมีบทไม่มากนักแต่ก็สามารถเปล่งความสามารถได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะฉากโดนทรมานที่ได้ใจไปเต็มๆ

      ไมเคิล มานน์ ยังคงเอกลักษณ์การทำหนังโดยใช้กล้องดิจิตอลถ่ายทำเช่นเดิม เพราะงั้นกล้องเลยเหวี่ยงๆไปบ้าง หรือภาพอาจจะเบลอๆเวลาถ่ายฉากไล่่ล่า ซึ่งส่งผลให้คนที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเกิดอาการวิงเวียนศรีษะได้ แต่การถ่ายทำแบบนี้ก็ทำให้หนังดูดิบขึ้น และสมจริงมากกว่าเดิม อีกทั้งมานน์ยังขึ้นชื่อเรื่องการหามุมถ่ายได้สวยงามอีกด้วย

 


 

สรุป

      Public Enemies เป็นหนังไล่ล่าที่ดูสนุกตื่นเต้นดี ฉากไล่ล่า ปล้นธนาคาร รวมไปถึงฉากแหกคุก ดูสมจริงให้ความรู้สึกลุ้นตามไปด้วย ยิ่งบวกกับการถ่ายทำด้วยกล้องดิจิตอลแบบดิบๆของมานน์ด้วยแล้ว ทำให้หนังดูมีสไตล์ยิ่งกว่าเดิม การเล่าเรื่องก็เป็นลำดับขั้นตอนดี ทำให้เราค่อยๆรู้สึกอินและอยากติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางด้านเนื้อหานั้นอาจจะยังสู้เรื่องก่อนๆของมานน์ไม่ได้

     และอย่างที่บอกว่าหนังค่อนข้างมีเนื้อหาเป็นประวัติศาสตร์อเมริกัน เพราะงั้นหนังเลยไม่ค่อยเล่าเรื่องราวเท่าไหร่นัก แต่ไปเน้นที่การสืบสวนไล่ล่าตัวดิลลินเจอร์แทนมากกว่า ซึ่งใครที่อยากรู้เรื่องราวของดิลลินเจอร์หรือปัญหาในช่วงนั้นคงต้องไปศึกษา เพิ่มเติมกันเอง

     สุดท้ายใครที่เป็นแฟนหนังของมานน์และรู้สึกผิดหวังกับ Miami Vice เรื่องนี้ช่วยคุณได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่ได้ดีเลิศเทียบเท่าเรื่องก่อนๆก็ตาม ส่วนใครที่เป็นแฟนเดปป์ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง 

 

Rank   B+

 

ปล. ประชาสัมพันธ์แด่แฟนๆจิบลิ ในที่สุดวันฉายที่แน่นอนของโปเนียวก็มาแล้ว (( หลังจากเลื่อนมา 2 รอบ )) คือวันที่  27 สิงหา น่าจะฉายแค่ในเครือ Apex เท่านั้น เก็บเงินรอกันได้เลย

Comment

Comment:

Tweet

เดี๋ยวไปดูมั่ง....

ขอเฮกับจิบลิconfused smile

#1 By wesong on 2009-07-27 09:34